6 ขั้นตอนผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องทำ ตามหลักเกณฑ์ของ อย.

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือวินิจฉัยโรค หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทต่าง ๆ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้าสินค้าเข้ามาวางจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และถูกต้องตามกฎหมาย


📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ


6 ขั้นตอนผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องทำก่อนวางจำหน่าย

1. ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่

ก่อนเริ่มดำเนินการ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาก่อนว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องการนำเข้าเข้าข่ายเป็น “19 เครื่องมือแพทย์ ต้องขอใบอนุญาต” ตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่แน่ใจ สามารถยื่นคำขอวินิจฉัยผลิตภัณฑ์ต่อ อย. เพื่อให้หน่วยงานพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือแพทย์หรือไม่

  • หากไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์
  • หากเป็นเครื่องมือแพทย์ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนถัดไป

2. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายได้รับการยกเว้นตามมาตรา 27 หรือไม่

เมื่อยืนยันแล้วว่าสินค้าเป็นเครื่องมือแพทย์ ต้องตรวจสอบต่อว่าสินค้าเข้าข่ายได้รับการยกเว้นตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์หรือไม่ เช็คเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 27 ได้ที่นี่ หากเข้าเงื่อนไข สามารถยื่นคำขอยกเว้นตามมาตรา 27 ได้ แต่หากไม่เข้าเงื่อนไข ต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนตามระบบปกติ

3. จดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์

ผู้นำเข้าทุกรายที่ไม่ได้รับการยกเว้น ต้องขอจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์กับ อย. ก่อนโดยจะต้องเตรียมเอกสารเกี่ยวกับ

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล
  • หนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ
  • แผนที่และรายละเอียดสถานที่เก็บรักษาสินค้า
  • เอกสารอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อได้รับใบจดทะเบียนสถานประกอบการแล้ว จึงสามารถดำเนินการในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ได้

4. จัดประเภทความเสี่ยงและกลุ่มของเครื่องมือแพทย์

เครื่องมือแพทย์แต่ละประเภทมีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่มใด

  • ความเสี่ยงต่ำ
  • ความเสี่ยงปานกลาง
  • ความเสี่ยงสูง
  • ความเสี่ยงสูงมาก

หากไม่สามารถจัดประเภทได้ด้วยตนเอง สามารถยื่นขอหนังสือรับรองการจัดประเภทความเสี่ยงและการจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์จาก อย. ได้ การจัดประเภทนี้มีผลต่อรูปแบบเอกสาร ระยะเวลา และค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียน

5. ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

หลังจากทราบประเภทความเสี่ยงแล้ว ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ตามประเภทที่กฎหมายกำหนดโดยเอกสารที่ใช้มักประกอบด้วย

  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์
  • เอกสารด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • เอกสารจากผู้ผลิตต่างประเทศ
  • ฉลากและเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมีตัวแทน)

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงสามารถนำเข้าสินค้าและวางจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

6. นำเข้าสินค้าและวางจำหน่าย

เมื่อได้รับใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนครบถ้วนแล้ว ผู้นำเข้าสามารถ นำเข้าเครื่องมือแพทย์ เก็บรักษาในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต จำหน่ายในประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ (หากต้องการ) ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หน้าที่ของผู้นำเข้าหลังได้รับอนุญาต

แม้จะได้รับอนุญาตแล้ว ผู้นำเข้ายังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญ

หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต เช่น

  • ชื่อบริษัท
  • สถานที่ประกอบการ
  • ผู้ดำเนินกิจการ

ต้องแจ้งต่อ อย. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

รายงานการผลิต นำเข้า และขายประจำปี

ผู้ประกอบการต้องจัดทำรายงานประจำปีและส่งให้ อย. ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี

เฝ้าระวังและรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

หากพบปัญหาคุณภาพสินค้า หรือเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้งานเครื่องมือแพทย์ ต้องดำเนินการรายงานต่อ อย. ทันที

ต่ออายุใบอนุญาต

ใบอนุญาตบางประเภทมีอายุการใช้งาน ผู้ประกอบการต้องติดตามและดำเนินการต่ออายุก่อนหมดอายุ

แจ้งเลิกกิจการ

กรณีเลิกนำเข้า เลิกจำหน่าย หรือเลิกประกอบกิจการ ต้องแจ้งต่อ อย. ตามขั้นตอนที่กำหนด

กรณีต้องการส่งออกเครื่องมือแพทย์ไปต่างประเทศ

ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอหนังสือรับรองเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการส่งออกไปยังต่างประเทศตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง เช่น

  • COE (Certificate of Export)
  • CFS (Certificate of Free Sale)

การนำเข้าเครื่องมือแพทย์มีรายละเอียดและข้อกำหนดหลายขั้นตอน ตั้งแต่การพิจารณาว่าสินค้าเข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์หรือไม่ การตรวจสอบสิทธิยกเว้นตามมาตรา 27 การจดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้า การจัดประเภทความเสี่ยง ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. หากดำเนินการไม่ถูกต้องอาจทำให้การอนุมัติล่าช้า เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือไม่สามารถนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายได้

Livilution พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลการขออนุญาตเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ เตรียมเอกสาร ยื่นคำขอ และติดตามผลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้การนำเข้าเครื่องมือแพทย์เพื่อจำหน่ายเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดความยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรีได้เลย

แชร์บทความนี้....