มอก. 61730 เล่ม 2 ทดสอบอะไรบ้าง? รายการทดสอบ MST ทั้ง 5 กลุ่ม

สรุปสั้น: มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คือมาตรฐานด้าน “การทดสอบความปลอดภัย” ของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ สมอ. นำ IEC 61730-2:2023 มาใช้แบบเหมือนกันทุกประการ (Identical) โดยแบ่งการทดสอบออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ การตรวจสอบทั่วไป อันตรายจากไฟฟ้าดูด อันตรายจากไฟไหม้ ความเค้นทางกล และความเค้นจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละรายการมีรหัส MST กำกับ ปัจจุบันแผงชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐานนี้แบบบังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569

หลายคนรู้แล้วว่าแผงโซลาร์ต้องมี มอก. แต่พอถึงขั้นเปิดรายงานผลทดสอบจริง กลับไม่แน่ใจว่าตัวเลข MST 01, MST 22 หรือ MST 34 ที่เห็นในรายงานหมายถึงอะไร และรายการไหนสำคัญกับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง บทความนี้จึงอธิบายเฉพาะ “เนื้อหาการทดสอบ” ของ มอก. 61730 เล่ม 2 โดยอ้างอิงจากเอกสารของ สมอ. และตัวมาตรฐาน IEC 61730-2:2023 ที่ถูกนำมาใช้ ส่วนขั้นตอนยื่นคำขอและเอกสาร อ่านต่อได้ที่ วิธีขอจด มอก. 61730 เล่ม 2-2567 และการเตรียมเอกสาร

มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คืออะไร

ชื่อเต็มของมาตรฐานคือ “คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เล่ม 2 ข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ” (Photovoltaic (PV) module safety qualification – Part 2: Requirements for testing) อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟฟ้ากำลัง ข้อมูลสำคัญจากระบบข้อมูลมาตรฐานของ สมอ. มีดังนี้

  • ที่มา: นำ IEC 61730-2 Edition 3.0 (2023-09) มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ ในระดับเหมือนกันทุกประการ (Reprint – Identical) ใช้ต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก
  • ประกาศเป็นมาตรฐาน: ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมลงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 66 ง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
  • แทนมาตรฐานเดิม: ยกเลิก มอก. 2580 เล่ม 2-2562 ซึ่งพัฒนาต่อมาจาก มอก. 2580 เล่ม 2-2555
  • สถานะบังคับ: กฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอนต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 68 ก วันที่ 29 ตุลาคม 2569 และมีผลตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2569

ขอบข่ายของกฎกระทรวงครอบคลุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน ยกเว้นแผงที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ผู้ทำและผู้นำเข้าจึงต้องได้รับใบอนุญาตก่อน ส่วนผู้จำหน่ายต้องขายเฉพาะสินค้าที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐาน

เล่ม 2 ต่างจากเล่ม 1 อย่างไร

ตามขอบข่ายของมาตรฐาน เล่ม 2 ใช้ควบคู่กับ IEC 61730-1 ซึ่งว่าด้วยข้อกำหนดด้านโครงสร้าง ของแผง (เช่น วัสดุ ฉนวน ระยะห่าง และการแบ่งระดับชั้นการใช้งาน) ส่วนเล่ม 2 ระบุว่าต้องทดสอบอะไร ทดสอบอย่างไร และตัดสินผ่านหรือไม่ผ่านอย่างไร เพื่อยืนยันว่าโครงสร้างตามเล่ม 1 ปลอดภัยจริงตลอดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ ภาครัฐสรุปเป้าหมายของการบังคับใช้ไว้ว่า เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว การสะสมความร้อน และอัคคีภัยจากแผงโซลาร์

โครงสร้างของมาตรฐาน: ฉบับ มอก. อ้างอิง IEC ทุกข้อ

ในเอกสาร มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ส่วนที่เป็นภาษาไทยมีเพียงขอบข่าย ส่วนข้อ 2 ถึงข้อ 10 (เอกสารอ้างอิง บทนิยาม หมวดหมู่การทดสอบ ประเภทและขั้นตอนการทดสอบที่จำเป็น การสุ่มตัวอย่าง รายงานการทดสอบ การทดสอบ เกณฑ์ตัดสิน และขั้นตอนทดสอบ) ทุกข้อเขียนไว้ว่า “รายละเอียดให้เป็นไปตาม IEC 61730-2:2023” ในทางปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการจึงทดสอบตามเนื้อหาของ IEC 61730-2:2023 ฉบับเต็ม การดูรายงานผลทดสอบจึงต้องดูว่าอ้างอิงฉบับปี 2023 หรือไม่

รายการทดสอบ MST ทั้ง 5 กลุ่ม

IEC 61730-2:2023 ข้อ 4 แบ่งการทดสอบตามประเภทอันตราย และใช้รหัส MST (PV Module Safety Test) กำกับทุกรายการ หลายรายการพัฒนามาจากการทดสอบ MQT ในชุด IEC 61215 (มาตรฐานคุณภาพการออกแบบ) แต่ปรับให้เน้นด้านความปลอดภัย

1) การตรวจสอบทั่วไป (General inspection)

รหัส รายการทดสอบ ตรวจเพื่ออะไร
MST 01 Visual inspection ตรวจตำหนิที่มองเห็นได้ เช่น รอยแตก ฟองอากาศ การหลุดลอก
MST 02 Performance at STC วัดสมรรถนะที่สภาวะทดสอบมาตรฐาน
MST 03 Maximum power determination หาค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุด ใช้เทียบก่อนและหลังการทดสอบ
MST 04 Insulation thickness ตรวจความหนาของชั้นฉนวน
MST 05 Durability of markings เครื่องหมายและฉลากต้องคงทน อ่านได้
MST 06 Sharp edge test ขอบต้องไม่คมจนเป็นอันตรายต่อผู้ติดตั้ง
MST 07 Bypass diode functionality test ไดโอดบายพาสต้องทำงานได้จริง
MST 57 Evaluation of insulation coordination ประเมินระยะห่างและการประสานฉนวนตาม IEC 60664-1

2) อันตรายจากไฟฟ้าดูด (Electric shock hazard)

รหัส รายการทดสอบ ตรวจเพื่ออะไร
MST 11 Accessibility test ส่วนที่มีไฟต้องไม่สัมผัสถึงได้
MST 12 Cut susceptibility test ผิวด้านหน้าและด้านหลังต้องทนการขูดบาดจนฉนวนไม่เสียหาย
MST 13 Continuity test of equipotential bonding ความต่อเนื่องของการต่อประสานศักย์ (เช่น กรอบโลหะกับระบบกราวด์)
MST 14 Impulse voltage test ทนแรงดันอิมพัลส์ เช่น ฟ้าผ่าที่เหนี่ยวนำเข้ามา
MST 16 Insulation test ความเป็นฉนวนระหว่างวงจรไฟฟ้ากับกรอบหรือภายนอก
MST 17 Wet leakage current test กระแสรั่วเมื่อแผงเปียก จำลองสภาพฝนหรือความชื้น
MST 42 Robustness of terminations test ความแข็งแรงของขั้วต่อและกล่องต่อสาย

3) อันตรายจากไฟไหม้ (Fire hazard)

รหัส รายการทดสอบ ตรวจเพื่ออะไร
MST 22 Hot-spot endurance test ทนความร้อนเฉพาะจุดเมื่อเซลล์บางส่วนถูกบังเงา
MST 23 Fire test การทดสอบไฟตามข้อกำหนดท้องถิ่น มักใช้กับแผงที่ติดเป็นส่วนของอาคาร
MST 24 Ignitability test ความยากง่ายในการติดไฟของวัสดุ ตาม ISO 11925-2
MST 25 Bypass diode thermal test ความร้อนของไดโอดบายพาสต้องไม่เกินเกณฑ์
MST 26 Reverse current overload test ทนกระแสย้อนกลับเกินพิกัดโดยไม่ลุกไหม้

4) ความเค้นทางกล (Mechanical stress)

รหัส รายการทดสอบ ตรวจเพื่ออะไร
MST 32 Module breakage test เมื่อแตกต้องไม่เกิดเศษคมอันตราย (อ้างอิง ANSI Z97.1)
MST 33 Screw connection test จุดยึดด้วยสกรูต้องแข็งแรง
MST 34 Static mechanical load test รับแรงกดสถิต เช่น แรงลม
MST 35 Peel test การยึดเกาะของชั้นวัสดุแบบลอกออก (ISO 5893)
MST 36 Lap shear strength test ความแข็งแรงของรอยต่อกาวแบบเฉือน (ISO 4587)
MST 37 Materials creep test วัสดุต้องไม่ไหลคืบเมื่อร้อนจนชิ้นส่วนเลื่อนหลุด
MST 42 Robustness of terminations test ความแข็งแรงของขั้วต่อ (ใช้ร่วมกับกลุ่มไฟฟ้าดูด)

5) ความเค้นจากสิ่งแวดล้อม (Environmental stress)

รหัส รายการทดสอบ ตรวจเพื่ออะไร
MST 51 Thermal cycling (TC50 หรือ TC200) วงรอบร้อน-เย็นซ้ำ ๆ
MST 52 Humidity freeze (HF10) ความชื้นสลับกับการเยือกแข็ง
MST 53 Damp heat (DH200 หรือ DH1000) ความร้อนชื้นต่อเนื่อง
MST 54 UV preconditioning ปรับสภาพด้วยรังสียูวี
MST 55 Cold conditioning ปรับสภาพในความเย็น (IEC 60068-2-1)
MST 56 Dry heat conditioning ปรับสภาพในความร้อนแห้ง (IEC 60068-2-2)

การทดสอบกลุ่มสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นการ “ปรับสภาพก่อน” (preconditioning) แล้วจึงทดสอบด้านไฟฟ้าและกลไกซ้ำ เพื่อดูว่าแผงที่ผ่านการใช้งานหนักแล้วยังปลอดภัยอยู่หรือไม่

ระดับชั้น (Class) กำหนดว่าต้องทดสอบรายการไหน

ไม่ใช่ทุกแผงต้องผ่านทุก MST เหมือนกัน IEC 61730-2:2023 ข้อ 5 กำหนดให้รายการทดสอบขึ้นกับระดับชั้น (Class) ที่นิยามไว้ใน IEC 61730-1 (อ้างอิง IEC 61140) ตามตารางที่ 6 ของมาตรฐาน และต้องทดสอบตามลำดับในรูปที่ 1 ของมาตรฐาน หลักเกณฑ์เฉพาะของ สมอ. สำหรับมาตรฐานนี้จำแนกผลิตภัณฑ์ไว้ 3 ระดับชั้น คือ Class 0, Class II และ Class III รวมถึงแยกชนิดแผง (ผลึกซิลิคอน ฟิล์มบาง อื่น ๆ) ประเภทแผง (Monofacial / Bifacial) รูปแบบการต่อเซลล์ แรงดันไฟฟ้าเปิดวงจร และกำลังไฟฟ้าที่กำหนด

ตัวอย่างความต่างที่เห็นชัดในฉบับ 2023 คือ MST 32 (Module breakage) ไม่ต้องทดสอบสำหรับแผง Class 0 แล้ว ดังนั้นก่อนส่งทดสอบควรยืนยันระดับชั้นของแผงให้ตรงกับการใช้งานจริงและตรงกับที่จะขอใบอนุญาต

อะไรเปลี่ยนไปใน IEC 61730-2:2023

มาตรฐานฉบับเดิมของไทย (มอก. 2580 เล่ม 2-2562) อิงกับ IEC 61730-2 ฉบับก่อนหน้า ส่วนฉบับ 2023 มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรรู้ เช่น

  • ตัดการทดสอบอุณหภูมิ MST 21 (Temperature test) ออก
  • เพิ่ม MST 57 การประเมินการประสานฉนวนตาม IEC 60664-1
  • ปรับปรุง MST 06 (ขอบคม), MST 14 (แรงดันอิมพัลส์), MST 24 (การติดไฟ), MST 26 (กระแสย้อนกลับ), MST 37 (การคืบของวัสดุ), MST 53 และ MST 56
  • MST 54 กำหนดการฉายยูวีทั้งด้านหน้าและด้านหลังในลำดับการทดสอบ B
  • เพิ่มรายละเอียดสำหรับแผงสองหน้า (Bifacial) ใน MST 02, 07, 22, 25 และ 51
  • เพิ่มภาคผนวกสำหรับแผงขนาดใหญ่มาก (ด้านใดด้านหนึ่งยาวเกิน 2.2 เมตร หรือทั้งสองด้านยาวเกิน 1.5 เมตร)
  • อ้างอิงการทดสอบ MQT ให้เป็นไปตาม IEC 61215 ฉบับปี 2021

ผลในทางปฏิบัติคือ รายงานที่ทดสอบตามฉบับ 2016 อาจไม่ครอบคลุมรายการใหม่ ควรตรวจฉบับของมาตรฐานในรายงานก่อนนำไปใช้ หากมีรายงานเดิมอยู่แล้ว ดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ มีรายงานผลทดสอบ IEC แล้ว ต้องทดสอบใหม่หรือไม่

รายงานผลทดสอบที่ สมอ. รับได้ และการทดสอบหลังได้ใบอนุญาต

ตามหลักเกณฑ์เฉพาะฯ ของ สมอ. (ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569) ผู้ยื่นคำขอสามารถใช้รายงานผลทดสอบตาม IEC 61730-2 ที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตาม ISO/IEC 17025 หรือ มอก. 17025 และต้องผ่านการทวนสอบจาก สมอ. ก่อน

หลังได้ใบอนุญาต การตรวจติดตามผลิตภัณฑ์จะเก็บตัวอย่าง 6 หน่วย เพื่อทดสอบรายการสำคัญ 6 รายการ ได้แก่

  1. Insulation test
  2. Continuity test of equipotential bonding
  3. Wet leakage current test
  4. Fire test
  5. Bypass diode thermal test
  6. Reverse current overload test

และโรงงานต้องมีเครื่องมือสำหรับทดสอบ Insulation test และ Continuity test of equipotential bonding เป็นประจำอย่างน้อย รายการเหล่านี้จึงเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการควบคุมคุณภาพของทุกล็อต

เช็กลิสต์ก่อนส่งทดสอบหรือยื่นรายงาน

  • รายงานอ้างอิง IEC 61730-2:2023 (และ IEC 61730-1 ที่เกี่ยวข้อง) ไม่ใช่ฉบับเก่า
  • ระดับชั้น (Class) ประเภทแผง และรุ่นในรายงาน ตรงกับสินค้าที่จะยื่นขอ
  • มีผลครบทั้ง 5 กลุ่มตามที่ Class นั้นกำหนด โดยเฉพาะรายการที่ สมอ. ใช้ตรวจติดตาม
  • ห้องปฏิบัติการได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 และขอบข่ายครอบคลุมมาตรฐานนี้
  • Bill of Materials และวัสดุหลัก (กระจก EVA backsheet กล่องต่อสาย) ตรงกับตัวอย่างที่ทดสอบ

หากยังไม่แน่ใจว่ารายงานที่มีอยู่ใช้ได้หรือต้องทดสอบเพิ่ม ดูรายละเอียดบริการได้ที่ รับขอ มอก. 61730 แผงโซลาร์เซลล์ และภาพรวมการขอ มอก. ทุกประเภทที่ จด มอก. ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเอกสาร

คำถามที่พบบ่อย

มอก. 61730 เล่ม 2 ทดสอบอะไรบ้าง?

ทดสอบความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 5 กลุ่ม คือ การตรวจสอบทั่วไป อันตรายจากไฟฟ้าดูด อันตรายจากไฟไหม้ ความเค้นทางกล และความเค้นจากสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละรายการมีรหัส MST ตาม IEC 61730-2:2023

มอก. 61730 เล่ม 2-2567 อ้างอิงมาตรฐานสากลฉบับไหน?

อ้างอิง IEC 61730-2 Edition 3.0 (2023-09) โดย สมอ. นำมาใช้แบบพิมพ์ซ้ำ เหมือนกันทุกประการ (Identical)

มอก. 61730 เล่ม 2 บังคับใช้ตั้งแต่เมื่อไร?

กฎกระทรวงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 29 ตุลาคม 2569 และมีผลตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2569 สำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน ยกเว้นแผงที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น

ใช้รายงาน IEC 61730-2 จากต่างประเทศยื่น สมอ. ได้ไหม?

ได้ หากเป็นรายงานตาม IEC 61730-2 อายุไม่เกิน 3 ปี จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 หรือ มอก. 17025 และผ่านการทวนสอบจาก สมอ. ตามหลักเกณฑ์เฉพาะฯ

หลังได้ใบอนุญาตแล้ว สมอ. ตรวจติดตามด้วยการทดสอบอะไร?

เก็บตัวอย่าง 6 หน่วย ทดสอบ Insulation test, Continuity test of equipotential bonding, Wet leakage current test, Fire test, Bypass diode thermal test และ Reverse current overload test

ต้องการให้ช่วยตรวจรายงานผลทดสอบหรือวางแผนขอ มอก. 61730 เล่ม 2? ทีม Livilution มีประสบการณ์ด้านการขอ มอก. มากว่า 6 ปี ติดต่อได้ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....