หมวกกันน็อคต้องมี มอก. 369-2557 ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และร้านค้าออนไลน์ต้องรู้อะไร

สรุปสั้น: หมวกกันน็อค มอก. ไม่ใช่แค่จุดขาย แต่เป็นข้อบังคับ หมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภทอยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับ มอก. 369-2557 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2559 ผู้ผลิตต้องได้รับใบอนุญาตก่อนทำ ผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตก่อนนำเข้า และร้านค้าทั้งหน้าร้านและออนไลน์ควรขายเฉพาะหมวกที่แสดงเครื่องหมาย มอก. ถูกต้อง บทความนี้สรุปขอบข่ายมาตรฐาน ข้อมูลที่ต้องมีบนหมวก หน้าที่ของแต่ละฝ่าย และขั้นตอนขอใบอนุญาต

มอก. 369-2557 ครอบคลุมหมวกแบบไหน

ตามข้อมูลในฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มาตรฐานนี้ครอบคลุม “หมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภท” ไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มใบ ครึ่งใบ หรือแบบเปิดหน้า และมาตรฐานนิยาม “ผู้ใช้” ว่าหมายถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ จึงรวมถึงหมวกสำหรับเด็กที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ด้วย ไม่ได้แบ่งตามอายุผู้สวม

สิ่งที่อยู่นอกขอบข่ายคือหมวกที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เช่น หมวกจักรยาน หมวกสเก็ต หรือหมวกนิรภัยในงานก่อสร้าง ซึ่งต้องตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องแยกต่างหาก ถ้าร้านขายหมวกแฟชั่นที่หน้าตาคล้ายหมวกกันน็อคแต่ไม่ได้ทดสอบตามมาตรฐาน ห้ามโฆษณาว่าใช้ขี่รถจักรยานยนต์ได้

พิกัดศุลกากรที่ สมอ. ระบุไว้สำหรับสินค้านี้คือ 6506.10.10 ซึ่งผู้นำเข้าควรใช้ตรวจสอบกับชิปปิ้งก่อนสั่งของ

บนหมวกต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง

มาตรฐานกำหนดให้หมวกทุกใบมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแสดงรายละเอียดที่เห็นได้ง่าย ชัดเจน (ส่วนชื่อผู้ทำหรือเครื่องหมายการค้าต้องแสดงชัดเจนและถาวร) สรุปเป็นรายการได้ดังนี้

  • ชื่อผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน
  • แบบและชนิดของหมวก
  • ขนาด
  • มวลของหมวก
  • คำเตือนตามที่มาตรฐานกำหนด 4 ข้อ คือ “ต้องใช้สายรัดคางทุกครั้ง” “ไม่ควรนำหมวกนิรภัยที่ได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงกลับมาใช้อีก” “ไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ” และ “ควรเปลี่ยนหมวกนิรภัยใบใหม่ อย่างน้อยทุก 5 ปี”
  • สัญลักษณ์เฉพาะ สำหรับหมวกเต็มใบปิดหน้าที่ไม่ป้องกันคาง
  • เดือน ปีที่ทำ หรือรหัสรุ่นที่ทำ
  • ชื่อผู้ทำหรือโรงงาน หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน

ถ้ามีแผ่นบังลมที่ส่งผ่านแสงได้ตั้งแต่ 50% แต่น้อยกว่า 80% ต้องระบุข้อความ “ใช้ในเวลากลางวันเท่านั้น” และ/หรือแสดงสัญลักษณ์ไว้ที่แผ่นบังลม และถ้าใช้ภาษาต่างประเทศ ความหมายต้องตรงกับภาษาไทย นอกจากข้อมูลตามมาตรฐานแล้ว สินค้าที่ได้รับอนุญาตต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานบังคับพร้อมข้อมูลผู้รับใบอนุญาตตามที่ สมอ. กำหนด รวมถึง QR Code ตามหลักเกณฑ์ ดูรายละเอียดที่ QR Code มอก. คืออะไร ต้องติดอย่างไร

ใครต้องทำอะไร

บทบาทสิ่งที่ต้องมีหรือต้องทำ
ผู้ผลิตในประเทศขอใบอนุญาตทำผลิตภัณฑ์ตาม มอก. 369-2557 ก่อนผลิตเพื่อขาย ส่งตัวอย่างทดสอบ รับการตรวจโรงงานตามหลักเกณฑ์ และแสดงเครื่องหมายบนสินค้าทุกใบ
ผู้นำเข้าขอใบอนุญาตนำเข้าก่อนนำสินค้าเข้ามาขาย โดยโรงงานผู้ผลิตต่างประเทศต้องผ่านการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์ของ สมอ. และสินค้าต้องแสดงเครื่องหมายก่อนออกจำหน่าย
ร้านค้าส่งและปลีก รวมถึงร้านออนไลน์ขายเฉพาะหมวกที่แสดงเครื่องหมาย มอก. ถูกต้อง เก็บข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไว้ตรวจสอบ และไม่โฆษณาว่าได้มาตรฐานถ้าไม่มีใบอนุญาตรองรับ
เจ้าของแบรนด์ที่จ้างโรงงานผลิตต้องรู้ว่าใบอนุญาตออกในชื่อใคร ถ้าใบอนุญาตเป็นชื่อโรงงาน แบรนด์ต้องตกลงสิทธิ์การใช้ให้ชัด หรือพิจารณาขอในชื่อของตัวเองในฐานะผู้นำเข้า

การขายสินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับโดยไม่มีเครื่องหมายหรือไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสินค้าอาจถูกยึด ร้านออนไลน์จึงควรเช็กก่อนรับของทุกล็อต ดูวิธีที่ วิธีเช็คเครื่องหมาย มอก. แท้หรือปลอม

ขั้นตอนขอใบอนุญาต มอก. 369-2557 โดยสรุป

  1. ยืนยันว่าสินค้าอยู่ในขอบข่าย และระบุแบบ ชนิด และขนาดทั้งหมดที่จะขาย เพื่อวางแผนการขอใบอนุญาตให้ครอบคลุม
  2. อ่านหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต ของมาตรฐานนี้ ซึ่ง สมอ. เผยแพร่ไว้ เพื่อดูว่าต้องทดสอบรายการใด และตรวจโรงงานแบบไหน
  3. เตรียมเอกสาร เช่น เอกสารนิติบุคคล ข้อมูลโรงงาน แบบสินค้า และเอกสารระบบควบคุมคุณภาพ ดูรายการที่ ขอ มอก. ใช้เอกสารอะไรบ้าง Checklist สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า
  4. ส่งตัวอย่างทดสอบ กับห้องปฏิบัติการที่ สมอ. ยอมรับ มาตรฐานกำหนดคุณลักษณะที่ต้องทดสอบหลายรายการ เช่น มวล การดูดกลืนแรงกระแทก ความคงรูป สายรัดคาง การคงตำแหน่งบนศีรษะ (แบบเต็มใบ) และคุณลักษณะแผ่นบังลม (ถ้ามี)
  5. ยื่นคำขอทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ สมอ. และรับการตรวจประเมินโรงงานตามหลักเกณฑ์ บางกรณีอาจเข้าเงื่อนไขยกเว้นการตรวจ ดู ขอจด มอก. แบบไหนที่ไม่ต้องตรวจโรงงาน
  6. เมื่อได้รับใบอนุญาต จึงแสดงเครื่องหมายบนสินค้าและเริ่มขาย พร้อมรักษาระบบควบคุมคุณภาพ เพราะ สมอ. มีการตรวจติดตามและสุ่มสินค้าในตลาด

สำหรับคำถามเฉพาะเรื่องการขอใบอนุญาต สมอ. ระบุหน่วยงานที่ดูแลมาตรฐานนี้ไว้ในหน้าฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ (ลิงก์ในแหล่งอ้างอิงด้านล่าง)

เช็กลิสต์สำหรับร้านค้าก่อนรับหมวกกันน็อคมาขาย

  • ขอสำเนาใบอนุญาตจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และตรวจว่ารุ่นที่รับมาอยู่ในใบอนุญาตจริง
  • ตรวจว่าเครื่องหมาย มอก. และข้อมูลผู้รับใบอนุญาตบนหมวกตรงกับเอกสาร
  • สแกน QR Code หรือค้นข้อมูลผู้รับใบอนุญาตในระบบของ สมอ.
  • ตรวจฉลากและคำเตือนภาษาไทยให้ครบตามรายการด้านบน
  • ระวังสินค้าราคาถูกผิดปกติที่อ้างว่ามี มอก. แต่ไม่ระบุผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • บนหน้าร้านออนไลน์ ให้ถ่ายภาพเครื่องหมาย มอก. จริงของสินค้า ไม่ใช้ภาพจากแหล่งอื่น

ถ้าขายบน TikTok Shop หรือ Shopee อ่านเพิ่มที่ ขายของแบบไหนใน TikTok Shop ต้องมี อย. มอก. ฉลากสินค้า และเรื่องความต่างระหว่างมาตรฐานบังคับกับมาตรฐานทั่วไปที่ มอก. ทั่วไป กับ มอก. บังคับ ต่างกันยังไง

คำถามที่พบบ่อย

หมวกกันน็อคเด็กต้องมี มอก. ไหม

ต้องมี ถ้าเป็นหมวกสำหรับใช้กับรถจักรยานยนต์ เพราะ มอก. 369-2557 ครอบคลุมหมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภท โดยมาตรฐานนิยามผู้ใช้ว่าหมายถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ได้แยกตามอายุผู้สวม แต่ฉลากต้องมีคำเตือนว่าไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ขายควรตรวจขนาดและข้อมูลบนฉลากให้เหมาะกับผู้ใช้

หมวกกันน็อคนำเข้าที่มีมาตรฐานต่างประเทศแล้ว ขายในไทยได้เลยไหม

ไม่ได้ มาตรฐานต่างประเทศไม่ทดแทนใบอนุญาต มอก. ผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตนำเข้าตาม มอก. 369-2557 และแสดงเครื่องหมายก่อนจำหน่าย ผลทดสอบจากต่างประเทศจะใช้ประกอบได้หรือไม่ขึ้นกับหลักเกณฑ์ของ สมอ.

ร้านค้าออนไลน์ต้องขอใบอนุญาต มอก. เองไหม

ถ้าร้านไม่ได้ผลิตหรือนำเข้าเอง ไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ต้องขายเฉพาะสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. ถูกต้องจากผู้รับใบอนุญาต ถ้าร้านสั่งของจากต่างประเทศเข้ามาเอง ร้านจะมีสถานะเป็นผู้นำเข้าและต้องขอใบอนุญาต

หมวกจักรยานต้องใช้ มอก. 369-2557 ไหม

ไม่อยู่ในขอบข่ายมาตรฐานนี้ เพราะ มอก. 369-2557 เป็นหมวกสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ควรตรวจสอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับหมวกจักรยานแยกต่างหาก และห้ามโฆษณาว่าหมวกจักรยานใช้ขี่รถจักรยานยนต์ได้

ดูอย่างไรว่าหมวกมี มอก. จริง

ดูเครื่องหมายมาตรฐานบังคับพร้อมข้อมูลผู้รับใบอนุญาตบนหมวก สแกน QR Code และค้นข้อมูลในระบบของ สมอ. ถ้าไม่พบข้อมูลหรือข้อมูลไม่ตรง ไม่ควรรับมาขาย

ให้ Livilution ช่วยขอ มอก. หมวกนิรภัย

Livilution Consult ดูแลงานขอ มอก. อย. และจดเครื่องหมายการค้าให้ผู้ประกอบการมา 6 ปี เราช่วยวางแผนว่ารุ่นและขนาดใดต้องทดสอบ เตรียมเอกสาร ประสานห้องปฏิบัติการ และยื่นคำขอในชื่อของคุณ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ มอก. (เริ่มต้น 45,000 บาทต่อใบอนุญาต ยังไม่รวม VAT ค่าทดสอบ ค่าตรวจโรงงาน และค่าธรรมเนียมราชการ) และ บริการรับจด มอก. ถ้าต้องการปกป้องชื่อแบรนด์หมวกด้วย ดู บริการจดเครื่องหมายการค้า

ส่งสเปกหมวกและข้อมูลโรงงานมาให้เราประเมินเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • สมอ. ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 369-2557: tisi.go.th
  • มาตรฐาน มอก. 369-2557 หมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ (ฉบับเต็ม): service.tisi.go.th
  • สมอ. หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต: appdb.tisi.go.th
  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม: tisi.go.th

ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....