สรุปสั้น: ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติก ที่ใช้บรรจุอาหารเพื่อจำหน่ายต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 ทั้งเรื่องความสะอาด การแพร่กระจายของสาร สีและหมึกพิมพ์ ชนิดพลาสติกสำหรับนม และพลาสติกแปรใช้ใหม่ บทความนี้สรุปข้อกำหนดที่ผู้ผลิตอาหารควรรู้ หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาไขข้อเท็จจริงเรื่องภาชนะบรรจุอาหารเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2569
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนอะไรเรื่องภาชนะบรรจุอาหาร
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูลเตือนภัยภาชนะบรรจุอาหาร ทั้งกล่องโฟม จานชามเมลามีน พลาสติก PVC ขวดพลาสติก PET และภาชนะชนิดอื่น ๆ โดยระบุว่าความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ คุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ประเภทอาหาร อุณหภูมิ ระยะเวลาที่สัมผัสอาหาร และวิธีใช้งาน
| ภาชนะ | ประเด็นที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ข้อมูล |
|---|---|
| กล่องโฟม | อาหารร้อนหรือมีไขมันที่สัมผัสนานอาจเพิ่มโอกาสที่สไตรีนแพร่สู่อาหาร โดย IARC จัดสไตรีนไว้ใน Group 2A จึงควรเลี่ยงใช้กับอาหารร้อนจัดและไขมันสูง |
| เมลามีน | ใช้กับอาหารได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ควรเลือกที่มีเครื่องหมาย มอก. และเลิกใช้เมื่อแตกร้าวหรือเสื่อมสภาพ |
| ฟิล์ม PVC | บางชนิดใช้สารเพิ่มความอ่อนตัวกลุ่มพทาเลต ควรเลือกฟิล์มที่ระบุว่าใช้กับอาหารโดยเฉพาะ |
| ขวด PET และกล่อง PP | ใช้กับอาหารได้ เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหารโดยตรงและใช้ตามเงื่อนไขของผู้ผลิต |
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ สรุปว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลหรือหลีกเลี่ยงภาชนะทุกประเภท แต่ควร “เลือกให้ถูก ใช้ให้เหมาะ” และใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
สำหรับผู้บริโภค คำแนะนำนี้เพียงพอ แต่สำหรับผู้ผลิตอาหารที่บรรจุสินค้าขาย คำถามต่อไปคือ ภาชนะพลาสติกที่ใช้อยู่ผ่านเกณฑ์ตามกฎหมายอาหารแล้วหรือยัง
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 คืออะไร
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 139 ตอนพิเศษ 139 ง วันที่ 17 มิถุนายน 2565 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ โดยยกเลิกประกาศฉบับที่ 295 พ.ศ. 2548
ประกาศนี้ให้คำว่า “ภาชนะบรรจุ” หมายถึงวัตถุที่ใช้บรรจุอาหารไม่ว่าด้วยวิธีใด และรวมถึงฝาหรือจุกด้วย ส่วน “ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก” รวมทั้งพลาสติกบริสุทธิ์ (virgin plastic) และพลาสติกแปรใช้ใหม่ (recycled plastic)
ภาชนะแบบไหนนับเป็นภาชนะพลาสติก
ข้อ 3 กำหนดไว้ 6 แบบ
- พลาสติกชั้นเดียวทั้งชิ้น
- พลาสติกหลายชั้นอัดหรือประกบติดกัน
- วัสดุหลายชนิดหลายชั้นที่มีพลาสติกเป็นชั้นประกอบ
- วัสดุอื่นที่เคลือบด้วยพลาสติก
- ภาชนะที่มีพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งที่สัมผัสอาหาร
- วัสดุเชิงประกอบ (composite) ที่มีพลาสติกเป็นส่วนผสม
แปลว่ากล่องกระดาษเคลือบพลาสติก ถุงลามิเนต หรือขวดแก้วที่ใช้ฝาพลาสติก ก็ต้องดูข้อกำหนดนี้ด้วย
คุณภาพพื้นฐานที่ภาชนะพลาสติกต้องผ่าน
ข้อ 4 กำหนดให้ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติกต้อง
- สะอาด
- ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค
- ไม่มีสารอันตรายแพร่กระจายออกมาในปริมาณที่มีผลต่อสุขภาพ เว้นแต่ไม่เกินเกณฑ์ในบัญชีหมายเลข 1
- ไม่แพร่กระจายสารสู่อาหารจนลักษณะหรือองค์ประกอบของอาหารเปลี่ยนจนยอมรับไม่ได้ หรือทำให้ลักษณะทางประสาทสัมผัสเสื่อมลง
- ถ้ามีสี ต้องเป็นสีชั้นคุณภาพสำหรับสัมผัสอาหาร (food grade) และไม่มีสีออกมาปนเปื้อนอาหาร
- ถ้ามีการพิมพ์ลายหรือข้อความ หมึกพิมพ์ต้องติดแน่นและไม่หลุดออกมาสู่อาหาร
บัญชีหมายเลข 1 คุมอะไร
บัญชีหมายเลข 1 ท้ายประกาศกำหนดเกณฑ์ตามชนิดพลาสติก เช่น PVC PE PP PS PET PC ไนลอน และเมลามีน รวมถึงพลาสติกสำหรับบรรจุนม ตัวอย่างเช่น ปริมาณสารที่แพร่กระจายทั้งหมด (overall migration) ของพลาสติกที่ระบุไว้ต้องไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อตารางเดซิเมตร และยังมีเกณฑ์สารเฉพาะรายการ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และไวนิลคลอไรด์มอนอเมอร์สำหรับ PVC
ข้อ 5 ยังให้ข้อยกเว้นกับภาชนะที่มีชั้นขวางกั้นเชิงหน้าที่ (functional barrier) หากพิสูจน์ได้ว่าชั้นนั้นกันการแพร่ของสารจากชั้นด้านนอกที่ไม่สัมผัสอาหารได้
ภาชนะสำหรับนมใช้พลาสติกชนิดไหนได้
ข้อ 6 กำหนดว่าภาชนะพลาสติกที่ใช้บรรจุนมหรือผลิตภัณฑ์นมต้องทำจาก
- พอลิเอทิลีน (PE)
- เอทิลีน 1-แอลคีน โคพอลิเมอร์ไรซด์เรซิน
- พอลิพรอพิลีน (PP)
- พอลิสไตรีน (PS)
- พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET)
ผลิตภัณฑ์นมในข้อนี้ ได้แก่ นมเปรี้ยว นมดัดแปลงสำหรับทารก นมปรุงแต่ง และครีม แต่ไม่รวมนมและผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ในรูปผงหรือแห้ง
พลาสติกชนิดใหม่และพลาสติกรีไซเคิล
พลาสติกที่ไม่อยู่ในบัญชี
ข้อ 7 กำหนดว่า พลาสติกชนิดที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ต้องผ่านคุณภาพพื้นฐาน และต้องส่งเอกสารและรายงานผลการประเมินความปลอดภัยจากหน่วยประเมินความปลอดภัยที่ อย. ประกาศ เอกสารมี 14 รายการ เช่น ชนิดพลาสติก ผู้ผลิตพลาสติกและผู้ขึ้นรูป สารเคมีที่ใช้และข้อกำหนดเฉพาะ กระบวนการผลิต ผลการศึกษาการแพร่กระจายของสาร และข้อมูลด้านพิษวิทยา
พลาสติกแปรใช้ใหม่ (rPET)
| วิธีแปรใช้ใหม่ | ข้อกำหนดตามประกาศ |
|---|---|
| ปฐมภูมิ (เศษพลาสติกในโรงงานที่ยังไม่เคยสัมผัสอาหาร) | ข้อ 9: ไม่ต้องยื่นรายงานผลการประเมินความปลอดภัยตามข้อ 8 (2) |
| ทุติยภูมิ (บด ล้าง หลอมภาชนะที่ใช้แล้ว) | ข้อ 8: วัตถุดิบต้องเป็น PET ชั้นคุณภาพสำหรับสัมผัสอาหาร และต้องมีรายงานผลการประเมินความปลอดภัย หรือใช้เม็ดพลาสติกแปรใช้ใหม่ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม |
| ตติยภูมิ (กระบวนการทางเคมี) | ข้อ 9: ไม่ต้องยื่นรายงานผลการประเมินความปลอดภัยตามข้อ 8 (2) |
กรณีอาหารนำเข้าหรือใช้ภาชนะ rPET จากต่างประเทศ ข้อ 8 เปิดให้ยื่นเอกสารหรือรายงานผลการประเมินจากหน่วยประเมินในประเทศผู้ผลิตหรือประเทศที่มีระบบประเมินที่น่าเชื่อถือได้ ตามที่ อย. กำหนด
ข้อห้ามที่ผู้ผลิตรายเล็กมักพลาด
- ข้อ 10 ห้ามใช้ภาชนะพลาสติกที่เคยบรรจุหรือหุ้มห่อปุ๋ย วัตถุมีพิษ หรือวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาบรรจุอาหาร
- ข้อ 11 ห้ามใช้ภาชนะพลาสติกที่ทำขึ้นเพื่อบรรจุสิ่งของอื่นที่ไม่ใช่อาหาร หรือมีรูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญของอาหาร มาเป็นภาชนะบรรจุอาหาร
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือการนำแกลลอนหรือขวดที่ผลิตมาใส่สารเคมีหรือของใช้ มาบรรจุน้ำหรือเครื่องดื่มขาย ซึ่งขัดกับข้อห้ามนี้
อย. กับ มอก. ต่างกันอย่างไรสำหรับภาชนะพลาสติก
ประกาศฉบับที่ 435 อยู่ภายใต้กฎหมายอาหาร จึงคุมภาชนะที่ใช้บรรจุอาหาร ส่วน มอก. ของภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของตัวภาชนะ ข้อแนะนำของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ให้เลือกเมลามีนที่มีเครื่องหมาย มอก. จึงเป็นอีกชั้นหนึ่งของการคุ้มครอง อ่านรายละเอียดฝั่ง มอก. ได้ที่ มอก. 655 ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร
ถ้าอาหารของคุณบรรจุในภาชนะปิดสนิท ควรอ่านต่อเรื่อง อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทตามเกณฑ์ อย.
การเลือกบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้เหมาะกับการใช้งาน
คำว่า “food grade” ที่ผู้ขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกนิยมใช้ เป็นคำทางการค้าที่หมายถึงวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหาร แต่เกณฑ์ตามกฎหมายของบรรจุภัณฑ์อาหารที่ใช้บรรจุสินค้าขายคือประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) ผู้ผลิตจึงควรขอผลวิเคราะห์ตามประกาศนี้ ไม่ใช่ดูแค่คำว่า food grade บนใบเสนอราคา
คำแนะนำของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใช้เป็นหลักในการเลือกบรรจุภัณฑ์ได้ดังนี้
- เลือกบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและออกแบบมาเพื่อสัมผัสอาหารโดยเฉพาะ
- ตรวจสัญลักษณ์หรือคำแนะนำของผู้ผลิตว่าใช้กับอาหารร้อน อุ่นในไมโครเวฟ หรืออาหารที่เป็นกรดหรือมีไขมันสูงได้หรือไม่ ก่อนนำมาใช้กับสินค้าที่ต้องทนความร้อน
- ไม่นำบรรจุภัณฑ์ไปใช้งานนอกเหนือวัตถุประสงค์ที่ผู้ผลิตกำหนด และเลิกใช้เมื่อแตกร้าว ผิวเคลือบหลุดลอก หรือเสื่อมสภาพ
สำหรับผู้ผลิตอาหาร ควรระบุเงื่อนไขการใช้งานจริงของสินค้า เช่น บรรจุขณะร้อน แช่เย็น หรือให้ผู้บริโภคอุ่นในบรรจุภัณฑ์ แล้วแจ้งผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ทดสอบหรือยืนยันตามเงื่อนไขนั้น
เช็กลิสต์ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติกสำหรับผู้ผลิตอาหาร
- ระบุชนิดพลาสติกของทุกชิ้นที่สัมผัสอาหาร รวมฝาและจุก
- ขอผลวิเคราะห์ตามบัญชีหมายเลข 1 ของประกาศฉบับที่ 435 จากผู้ผลิตภาชนะ
- ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์นมชนิดเหลว ตรวจว่าใช้ PE PP PS PET หรือเอทิลีน 1-แอลคีน โคพอลิเมอร์
- ถ้าใช้ rPET ตรวจว่ามีรายงานประเมินความปลอดภัยหรือเม็ดพลาสติกได้รับรอง มอก.
- ตรวจว่าสีและหมึกพิมพ์เป็นชนิดสำหรับสัมผัสอาหาร
- ไม่ใช้ภาชนะที่ผลิตมาเพื่อบรรจุสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร
- ใช้ภาชนะตามเงื่อนไขของผู้ผลิต เช่น อุณหภูมิ อาหารร้อน หรือไมโครเวฟ
- เก็บเอกสารภาชนะไว้ประกอบการยื่นและการตรวจสถานที่
คำถามที่พบบ่อย
ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติกต้องเป็นไปตามประกาศฉบับไหน
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก ซึ่งยกเลิกประกาศฉบับที่ 295 พ.ศ. 2548
ฝาขวดพลาสติกต้องผ่านเกณฑ์ด้วยไหม
ต้องผ่าน ประกาศฉบับที่ 435 นิยามภาชนะบรรจุให้รวมถึงฝาหรือจุกด้วย และภาชนะที่มีพลาสติกเป็นส่วนหนึ่งสัมผัสอาหารก็นับเป็นภาชนะพลาสติก
กล่องโฟมใส่อาหารร้อนอันตรายไหม
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า อาหารร้อนหรือมีไขมันที่สัมผัสกล่องโฟมนานอาจเพิ่มโอกาสที่สไตรีนแพร่สู่อาหาร จึงแนะนำให้เลี่ยงใช้กับอาหารร้อนจัดและไขมันสูง
ใช้ขวด rPET บรรจุเครื่องดื่มขายได้ไหม
ได้ หากเป็นไปตามข้อ 8 ของประกาศฉบับที่ 435 คือวัตถุดิบเป็น PET ชั้นคุณภาพสำหรับสัมผัสอาหาร และมีรายงานผลการประเมินความปลอดภัยหรือใช้เม็ดพลาสติกแปรใช้ใหม่ที่ผ่านการรับรอง มอก.
นมผงต้องใช้พลาสติกตามข้อ 6 ไหม
ข้อ 6 ไม่รวมนมและผลิตภัณฑ์นมที่อยู่ในรูปผงหรือแห้ง แต่ภาชนะยังต้องมีคุณภาพตามข้อกำหนดทั่วไปของประกาศ
ให้ Livilution ช่วยเตรียมเอกสาร อย. อาหาร
Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานขอ อย. อาหาร เราช่วยตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เตรียมข้อมูลยื่นขอเลขสารบบอาหาร และช่วยเรื่อง ขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร ดูรายละเอียดได้ที่ บริการขอ อย. อาหาร
ส่งชนิดภาชนะและสินค้ามาให้เราช่วยดูเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 435) พ.ศ. 2565: food.fda.moph.go.th
- กองอาหาร อย. หน้ากฎหมายภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก: food.fda.moph.go.th
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไขข้อเท็จจริงภาชนะบรรจุอาหาร (30 ต.ค. 2569) เผยแพร่ซ้ำโดย Thailandplus: thailandplus.tv
ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
