ฉลากอาหารนำเข้าต้องมีภาษาไทยอะไรบ้าง สรุปประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 450 สำหรับผู้นำเข้า

สรุปสั้น: ฉลากอาหารนำเข้า ที่ขายให้ผู้บริโภค ร้านค้า ผู้ปรุง หรือผู้แบ่งบรรจุในไทย ต้องแสดงข้อความภาษาไทยครบตามข้อ 5 ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567

ข้อมูลสำคัญที่ผู้นำเข้ามักตกหล่น คือชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า พร้อมคำว่า “ผู้นำเข้า” หรือ “นำเข้าโดย” รวมถึงชื่อและประเทศของผู้ผลิต

หลายแบรนด์ที่นำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ขนมหรือเครื่องดื่ม ยังเข้าใจว่าติดสติ๊กเกอร์ชื่อสินค้าภาษาไทยก็พอ แต่กฎหมายฉลากอาหารกำหนดข้อมูลไว้ละเอียดกว่านั้นมาก

บทความนี้สรุปประเด็นที่ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบ พร้อมเช็กลิสต์ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากอาหาร

ประกาศ 450 คืออะไร ใช้กับอาหารแบบไหน

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ เป็นกฎหมายหลักเรื่องฉลากอาหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 และยกเลิกประกาศเดิม 4 ฉบับ คือ ฉบับที่ 367 (2557), 383 (2560), 401 (2562) และ 410 (2562)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอธิบายว่า ประกาศนี้ใช้หลักการตามมาตรฐานโคเด็กซ์ (CODEX STAN 1-1985) และออกคำชี้แจงการแสดงฉลาก ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2567 เพื่ออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

ขอบข่ายของประกาศคือ “อาหารที่บรรจุไว้ในภาชนะที่ถูกห่อหรือหุ้มโดยไม่ทำให้อาหารนั้นหลุดออกมาสู่ภายนอกได้ และอยู่ในสภาพพร้อมขาย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน”

นิยามนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารที่นำเข้าเกือบทั้งหมดที่วางขายแบบแพ็กสำเร็จ

ข้อ 3 ยกเว้นบางกรณีไม่ต้องแสดงฉลาก เช่น อาหารที่ผู้ผลิตขายให้ผู้บริโภคโดยตรงและให้ข้อมูลได้ขณะขาย (ไม่รวมการฝากขายที่สถานที่อื่น) อาหารสดที่ไม่ผ่านกรรมวิธีใด ๆ และอาหารที่ผลิตเพื่อบริการในร้านอาหารหรือโรงแรม

ข้อยกเว้นเหล่านี้แทบไม่ครอบคลุมสินค้านำเข้า และคำชี้แจงระบุว่า หากอาหารที่ได้รับยกเว้นได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามประกาศ 450 ด้วย

ฉลากต้องเป็นภาษาไทยไหม

คำชี้แจงของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแบ่งข้อกำหนดเรื่องภาษาตามวัตถุประสงค์การขายออกเป็น 3 กรณี โดยกรณีผลิตเพื่อส่งออกใช้ภาษาใดก็ได้ ส่วนอีก 2 กรณีเป็นดังนี้

กรณีภาษาที่ใช้บนฉลากรายการขั้นต่ำ
ขายตรงต่อผู้บริโภค หรือผู้ปรุง ผู้แบ่งบรรจุ ผู้จำหน่ายอาหารภาษาไทยครบตามข้อ 5 ของประกาศ 450
ขายเป็นวัตถุดิบให้ผู้ผลิตอาหารไทยหรืออังกฤษก็ได้อย่างน้อย 5 รายการ: ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณระบบเมตริก วันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน พร้อมข้อความ “เป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูปอาหารเท่านั้น”

กรณีวัตถุดิบ แม้ฉลากใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ต้องมีรายละเอียดภาษาไทยครบตามข้อ 5 อยู่ในคู่มือหรือเอกสารประกอบการขายทุกครั้ง

สินค้าที่นำเข้ามาวางขายหน้าร้าน ขายออนไลน์ หรือส่งให้ตัวแทน ถือเป็นกรณีแรก จึงต้องใช้ภาษาไทย

ฉลากภาษาไทยของสินค้านำเข้าต้องมีอะไรบ้าง

ข้อ 5 ของประกาศ 450 กำหนดข้อมูลที่ต้องแสดงต่อผู้บริโภค ผู้นำเข้าใช้ตรวจสอบข้อมูลบนฉลากภาษาไทยได้ดังนี้

  1. ชื่ออาหาร
  2. เลขสารบบอาหาร สำหรับอาหารที่ต้องมี เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และอาหารที่ต้องมีฉลาก
  3. ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า โดยมีคำว่า “ผู้นำเข้า” หรือ “นำเข้าโดย” กำกับ พร้อมชื่อและประเทศของผู้ผลิต
  4. ปริมาณของอาหารเป็นระบบเมตริก
  5. ส่วนประกอบที่สำคัญเป็นร้อยละของน้ำหนัก
  6. ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
  7. ข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร
  8. ข้อความแต่งกลิ่นแต่งรส ถ้ามีการใช้
  9. วันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อนหรือหมดอายุ
  10. ข้อแนะนำในการเก็บรักษา (ถ้ามี)
  11. วิธีใช้และข้อความที่จำเป็น สำหรับอาหารที่มุ่งหมายใช้กับทารก เด็กอ่อน หรือกลุ่มบุคคลเฉพาะ
  12. ข้อความอื่นตามประกาศเฉพาะของอาหารชนิดนั้น เช่น คำเตือน

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารต้องแจ้งเมื่อมีส่วนประกอบหรืออาจปนเปื้อนสารก่อภูมิแพ้ เช่น ธัญพืชที่มีกลูเตน สัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง ไข่ ปลา ถั่วลิสง ถั่วเหลือง นม ถั่วที่มีเปลือกแข็ง ซัลไฟต์ตั้งแต่ 10 มก./กก. หอยและหมึก

ข้อนี้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้บริโภคที่แพ้อาหารโดยตรง จึงควรตรวจสอบสูตรจากต้นทางให้ละเอียด และแจ้งให้ครบทุกส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง

ส่วนวัตถุเจือปนอาหาร ให้แจ้งกลุ่มหน้าที่ เช่น “สี” หรือ “วัตถุกันเสีย” ตามด้วยชื่อเฉพาะหรือเลข INS

ดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ ฉลากอาหารที่ถูกต้องตาม อย. พร้อมตัวอย่างฉลาก

วันหมดอายุบนสินค้านำเข้า หลายรายการพิมพ์วันที่แบบปี-เดือน-วัน หรือใช้คำว่า BB, EXP อย่างเดียว ซึ่งต้องปรับก่อนวางขายให้ผู้บริโภค

อาหารที่มีอายุการเก็บไม่เกิน 90 วัน ต้องแสดงวัน เดือน และปี ส่วนอาหารที่เก็บได้เกิน 90 วัน แสดงวัน เดือน ปี หรือเดือนและปีก็ได้

ต้องมีคำว่า “ควรบริโภคก่อน” หรือ “หมดอายุ” กำกับ จะเพิ่มภาษาอังกฤษ เช่น Best Before Date หรือ Expiration Date ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยด้วย

ถ้าไม่ได้เรียงวัน เดือน ปี ตามลำดับ ต้องมีข้อความบอกผู้บริโภคว่าอ่านอย่างไร และถ้าวันที่พิมพ์อยู่คนละจุดกับฉลากภาษาไทย ต้องแจ้งว่าดูวันที่ได้ที่ส่วนใด

คำชี้แจงยังระบุว่า วันที่ที่แสดงต้องไม่ก่อนวันที่จำหน่าย

ขนาดตัวอักษร เป็นจุดที่สติ๊กเกอร์ภาษาไทยมักพลาด ชื่ออาหารต้องสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร แต่ถ้าฉลากมีพื้นที่น้อยกว่า 35 ตารางเซนติเมตร ใช้ไม่น้อยกว่า 1 มิลลิเมตรได้

เลขสารบบอาหารต้องสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ในกรอบที่สีตัดกับพื้น และตัวอักษรทั้งหมดต้องอ่านได้ชัดเจนและได้สัดส่วน

ฝ่าฝืนเรื่องฉลาก โทษเท่าไร และเช็กลิสต์ผู้นำเข้า

คำชี้แจงระบุว่า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องตามประกาศ 450 ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย คือประกาศที่ออกตามมาตรา 6(10) ของ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522

โทษตามมาตรา 51 คือปรับไม่เกิน 30,000 บาท

ตัวอย่างล่าสุดคือคดีเยลลี่ผสมกัญชาย่านบรรทัดทองที่ อย. แถลงเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2569 สินค้าไม่มีฉลากภาษาไทย และมีข้อหาฐานผลิตและจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

ก่อนสั่งพิมพ์ฉลากภาษาไทย ผู้นำเข้าควรทำตามลำดับนี้

  1. ยืนยันว่าสินค้าเป็นอาหารกลุ่มใด และต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่ ดู อาหารที่ต้องขอ อย. ก่อนนำเข้า
  2. มีใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (อ.7) ดู ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร อ.7
  3. ขอสูตรส่วนผสมพร้อมร้อยละของส่วนประกอบและข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ ดู เอกสารจากโรงงานต่างประเทศ
  4. แปลชื่ออาหารให้ตรงกับที่ขออนุญาต
  5. ใส่ “นำเข้าโดย” พร้อมชื่อที่อยู่ผู้นำเข้า
  6. ตรวจวิธีแสดงวันที่และคำว่า “ควรบริโภคก่อน” หรือ “หมดอายุ”
  7. ตรวจสอบขนาดตัวอักษรบนไฟล์จริง
  8. เพิ่มข้อความตามประกาศเฉพาะที่เกี่ยวข้อง เพราะต้องทำตามทั้งประกาศเฉพาะและประกาศ 450

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับฉลากอาหารมีหลายฉบับ ผลิตภัณฑ์อาหารบางกลุ่มจึงต้องตรวจสอบประกาศที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

อาหารนำเข้าใช้ฉลากภาษาอังกฤษอย่างเดียวได้ไหม

ถ้าขายให้ผู้บริโภค ร้านค้า ผู้ปรุง หรือผู้แบ่งบรรจุ ต้องแสดงเป็นภาษาไทยตามข้อ 5 ของประกาศ 450 ฉลากภาษาอังกฤษใช้ได้เฉพาะกรณีขายเป็นวัตถุดิบเพื่อแปรรูปอาหาร ซึ่งต้องมีรายละเอียดภาษาไทยในเอกสารประกอบการขาย

ฉลากสินค้านำเข้าต้องระบุผู้นำเข้าอย่างไร

แจ้งชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า โดยมีข้อความ “ผู้นำเข้า” หรือ “นำเข้าโดย” กำกับ และแสดงชื่อและประเทศของผู้ผลิตด้วย

ประกาศ 450 มีผลบังคับตั้งแต่เมื่อไร

มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 แทนประกาศฉลากเดิม 4 ฉบับ

ฉลากไม่ถูกต้องตามประกาศ 450 มีโทษอย่างไร

เป็นการฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามมาตรา 6(10) ของ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษตามมาตรา 51 ปรับไม่เกิน 30,000 บาท

ให้ Livilution ช่วยตรวจฉลากและขอ อย. อาหารนำเข้า

Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงานขอ อย. อาหารทั้งผลิตในประเทศและนำเข้า เราช่วยตรวจข้อมูลของอาหารที่นำเข้าจากโรงงานต้นทาง วางข้อความฉลากภาษาไทยที่ผู้บริโภคอ่านเข้าใจและครบตามประกาศ 450 แล้วยื่นขอเลขสารบบอาหารกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับจด อย. อาหาร และ บริการขอใบอนุญาตสถานที่ อย.

ส่งภาพฉลากต้นฉบับและข้อมูลสินค้ามาให้เราช่วยเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415

แหล่งอ้างอิง

  • ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (9 ส.ค. 2567): food.fda.moph.go.th
  • สรุปสาระสำคัญประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567: food.fda.moph.go.th
  • กองอาหาร หน้ากฎหมายฉลากอาหาร: food.fda.moph.go.th
  • อย. ข่าว (1 พ.ย. 2569) คดีเยลลี่กัญชาไม่มีฉลากภาษาไทย ย่านบรรทัดทอง: fda.moph.go.th

ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี

แชร์บทความนี้....