สรุปสั้น: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 474 พ.ศ. 2569 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 2) เป็นฉบับแก้ไขของประกาศฉบับที่ 450 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามข่าวของกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จุดที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรีบเช็กมี 7 เรื่อง ได้แก่ อาหาร 9 กลุ่มที่ไม่ได้รับยกเว้นการแสดงฉลาก รายการสารก่อภูมิแพ้ใหม่ (งา และถั่วที่มีเปลือกแข็ง 9 ชนิด) การย้ายซัลไฟต์และแลคโตสไปเป็นคำเตือน การแสดงวัตถุเจือปนอาหาร ฉลากดิจิทัล (Digital Label) อาหารส่งออก ขนาดตัวอักษรภาษาไทย และการยกเลิกข้อกำหนดน้ำหนักเนื้อ
บทความนี้สรุปเฉพาะ “สิ่งที่เปลี่ยน” จากข่าวประชาสัมพันธ์ของกองอาหาร ถ้าต้องการพื้นฐานว่าฉลากอาหารทั่วไปต้องมีอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ ฉลากอาหารที่ถูกต้องตาม อย. ต้องมีอะไรบ้าง และถ้าเป็นผู้นำเข้า อ่าน ฉลากอาหารนำเข้าต้องมีภาษาไทยอะไรบ้าง ตามประกาศฉบับที่ 450
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 474 คืออะไร เกี่ยวกับฉบับที่ 450 อย่างไร
ประกาศฉบับที่ 450 พ.ศ. 2567 คือประกาศหลักว่าด้วยการแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ ส่วนฉบับที่ 474 พ.ศ. 2569 ออกมาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมบางข้อ จึงใช้ชื่อว่า “(ฉบับที่ 2)” ทั้งสองฉบับออกตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการต้องอ่านทั้งสองฉบับคู่กัน เพราะข้อที่ไม่ได้แก้ยังเป็นไปตามฉบับที่ 450 เหมือนเดิม
กองอาหารเผยแพร่เอกสารประกอบไว้ในหน้าข่าวเดียวกัน ได้แก่ ตัวประกาศฉบับที่ 474 สรุปสาระสำคัญ และตารางเปรียบเทียบระหว่างฉบับที่ 450 กับร่างฉบับที่ 474 ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เช็กฉลากของตัวเองทีละข้อ
1. อาหาร 9 กลุ่มที่ต้องแสดงฉลาก แม้ขายตรงถึงผู้บริโภค
ประกาศฉบับเดิมมีข้อยกเว้นให้อาหารบางกรณีไม่ต้องแสดงฉลาก เช่น ผู้ผลิตขายให้ผู้บริโภคโดยตรงและให้ข้อมูลได้เอง ประกาศฉบับที่ 474 กำหนดว่าอาหาร 9 รายการต่อไปนี้ ต้องแสดงฉลากตามกฎหมายเสมอ ไม่ได้รับการยกเว้น ไม่ว่าจะขายด้วยวิธีใดหรือช่องทางใด
- วัตถุเจือปนอาหาร
- อาหารสูตรสำหรับทารก และอาหารสูตรสำหรับทารกที่มีวัตถุประสงค์พิเศษทางการแพทย์
- อาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารก และอาหารสูตรสำหรับเด็กเล็ก
- อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก
- อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- อาหารที่มีการเติมสารสกัด สารอาหาร หรือสารสังเคราะห์
- อาหารอื่นที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเรื่องการแสดงคำเตือนไว้เป็นการเฉพาะ
- อาหารที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเฉพาะตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร
ประกาศยังเพิ่มนิยามของ “อาหารที่เติมสารสกัด” “อาหารที่เติมสารอาหาร” และ “อาหารที่เติมสารสังเคราะห์” เพื่อให้ตีความกลุ่มที่ 7 ได้ชัดขึ้น สำหรับแบรนด์ที่ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือเครื่องดื่มเติมวิตามินผ่านไลฟ์สดหรือหน้าร้านของตัวเอง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะอ้างว่าขายตรงแล้วไม่ต้องมีฉลากไม่ได้อีกต่อไป
อีกข้อที่เพิ่มเข้ามาคือ อาหารที่ยังได้รับยกเว้นการแสดงฉลาก เช่น อาหารจากร้านอาหาร หากเลือกจะแสดงฉลาก ก็ต้องแสดงให้เป็นไปตามประกาศ และถ้าแสดงวันหมดอายุหรือวันควรบริโภคก่อน ต้องทำตามเงื่อนไขในข้อ 5 (9) ของประกาศด้วย
2. สารก่อภูมิแพ้: เพิ่มงา และกำหนดถั่วเปลือกแข็ง 9 ชนิด
นี่คือจุดที่กระทบฉลากจำนวนมากที่สุด ประกาศฉบับที่ 474 ปรับรายการข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหารดังนี้
- เพิ่ม “งา และผลิตภัณฑ์จากงา” เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องแสดง
- กำหนดรายการถั่วที่มีเปลือกแข็งให้ชัด 9 ชนิด ได้แก่ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท พีแคน พิสตาชิโอ วอลนัท บราซิลนัท แมคคาเดเมีย และไพน์นัท รวมถึงผลิตภัณฑ์จากถั่วแต่ละชนิด
- ตัดซัลไฟต์และน้ำตาลแลคโตสออกจากรายการสารก่อภูมิแพ้ แล้วเปลี่ยนไปเป็นคำเตือนแทน คือคำเตือนสำหรับอาหารที่มีน้ำตาลแลคโตส และคำเตือนสำหรับอาหารที่มีซัลไฟต์ตกค้างตั้งแต่ 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมขึ้นไป (คำนวณในรูปซัลเฟอร์ไดออกไซด์)
- เปิดช่องยกเว้นการแสดงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ในกรณีที่มีการประเมินความเสี่ยงสารก่อภูมิแพ้ตามแนวทางของ Codex และปริมาณโปรตีนที่หลงเหลือเป็นไปตามที่ Codex กำหนด
สิ่งที่ควรทำทันทีคือไล่สูตรส่วนประกอบทุกตัว รวมถึงส่วนผสมย่อยที่ซื้อมาจากซัพพลายเออร์ เช่น ซอส ผงปรุงรส หรือท็อปปิ้ง ว่ามีงาหรือถั่วเปลือกแข็งชนิดใดใน 9 ชนิดนี้หรือไม่ ถ้าเดิมฉลากเขียนรวมว่า “ถั่ว” ควรตรวจกับตารางเปรียบเทียบของ อย. ว่าต้องระบุชื่ออย่างไร
3. วัตถุเจือปนอาหารที่มีมากกว่าหนึ่งหน้าที่
ประกาศเพิ่มข้อกำหนดว่า วัตถุเจือปนอาหารที่ทำได้มากกว่าหนึ่งหน้าที่ สามารถแสดงหน้าที่อื่นตามความจำเป็นของเทคโนโลยีการผลิตได้ โดยปริมาณที่ใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหน้าที่นั้น และยกเว้นการแสดงข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร 2 หน้าที่ คือ “สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier)” และ “ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging gas)”
4. ฉลากดิจิทัล (Digital Label) เป็นทางเลือก ไม่ใช่การแทนฉลากทั้งหมด
ประกาศฉบับที่ 474 เปิดให้ใช้ฉลากดิจิทัลเป็นมาตรการทางเลือก แต่มีเงื่อนไขสำคัญตามสรุปของกองอาหาร
- บนฉลากกายภาพ (ฉลากที่ติดบนบรรจุภัณฑ์จริง) ยังต้องแสดงข้อมูล 7 รายการ ได้แก่ ชื่ออาหาร เลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ปริมาณอาหาร ส่วนประกอบ ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร คำเตือน และวันหมดอายุ
- อาหาร 5 ประเภทไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ทางเลือกนี้ ได้แก่ อาหารสำหรับทารก อาหารสูตรต่อเนื่องฯ อาหารเสริมสำหรับทารก อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ถ้าเลือกใช้ Digital Label ข้อมูลในฉลากดิจิทัลต้องครบทุกรายการที่ต้องมีบนฉลากกายภาพ
สรุปง่าย ๆ คือ QR Code ช่วยย้ายข้อมูลรองบางส่วนออกจากบรรจุภัณฑ์ได้ แต่ข้อมูลหลัก 7 รายการต้องยังอยู่บนกล่องหรือถุงเสมอ และสินค้า 5 กลุ่มข้างต้นใช้ทางเลือกนี้ไม่ได้
5. อาหารส่งออก ขนาดตัวอักษร และน้ำหนักเนื้อ
- อาหารส่งออก: ยกเลิกข้อกำหนดการแสดงประเทศผู้ผลิต สำหรับอาหารที่ผลิตเพื่อส่งออกเท่านั้น
- ขนาดตัวอักษร: ปรับให้ชัดว่าขนาดตัวอักษรที่บังคับตามข้อ 5 และข้อ 15 ของประกาศ ใช้กับข้อความภาษาไทยเท่านั้น
- น้ำหนักเนื้อ: ยกเลิกข้อกำหนดการแสดงน้ำหนักเนื้อในประกาศฉลาก เพราะประกาศว่าด้วยอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทกำหนดให้แสดงน้ำหนักเนื้อเฉพาะอาหารที่แยกน้ำหนักเนื้อได้อยู่แล้ว
ฉบับที่ 475 ฉลากอาหารจัดรวม (ร่าง) ยังไม่มีผลใช้บังคับ
ในข่าวเชิญประชุมชี้แจงของกองอาหาร มีการพูดถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 475) เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารจัดรวมในภาชนะ ซึ่ง ณ วันที่ข่าวเผยแพร่ ยังอยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนาม จึงยังถือเป็น ร่าง ผู้ที่ทำกระเช้า กล่องของขวัญ หรือชุดอาหารรวมหลายชนิด ควรติดตามประกาศฉบับจริงก่อนปรับฉลาก
อย. จัดประชุมชี้แจงฟรี 20 พฤศจิกายน 2569
กองอาหารจัดประชุมชี้แจงประกาศฉบับที่ 474 และฉบับที่ 475 ในวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เริ่มเวลา 09.00 น. ผ่าน Zoom Meeting และ Facebook Live เพจข่าวสาร อย. ไม่มีค่าใช้จ่าย รายละเอียดลิงก์ กำหนดการ และช่องทางส่งคำถามอยู่ในหน้าข่าวของกองอาหาร (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ) ถ้ามีคำถามเฉพาะสินค้า ควรส่งคำถามล่วงหน้าตามช่องทางที่ อย. ให้ไว้
เช็กลิสต์ปรับฉลากตามประกาศฉบับที่ 474
- สินค้าของเราอยู่ในอาหาร 9 กลุ่มที่ไม่ได้รับยกเว้นฉลากหรือไม่ ถ้าใช่ ทุกช่องทางขายต้องมีฉลากครบ
- สูตรมีงา หรือถั่วเปลือกแข็งชนิดใดใน 9 ชนิด รวมถึงในวัตถุดิบย่อยที่ซื้อมา
- ถ้าเคยแสดงซัลไฟต์หรือแลคโตสในช่องสารก่อภูมิแพ้ ให้เปลี่ยนไปใช้รูปแบบคำเตือนตามประกาศ และตรวจปริมาณซัลไฟต์ตกค้างเทียบกับเกณฑ์ 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
- ถ้าวางแผนใช้ QR Code หรือฉลากดิจิทัล ตรวจว่าข้อมูล 7 รายการยังอยู่บนฉลากกายภาพ และสินค้าไม่อยู่ใน 5 ประเภทที่ห้ามใช้ทางเลือกนี้
- ข้อความภาษาไทยมีขนาดตัวอักษรตามข้อ 5 และข้อ 15
- ถ้าผลิตเพื่อส่งออกอย่างเดียว ตรวจว่าตลาดปลายทางยังต้องการชื่อประเทศผู้ผลิตหรือไม่ แม้ประกาศไทยจะยกเลิกข้อนี้แล้ว
- เก็บตารางเปรียบเทียบฉบับที่ 450 กับฉบับที่ 474 ไว้ใช้ตรวจฉลากรุ่นใหม่ทุกครั้ง
ถ้าสินค้าเป็นอาหารที่ต้องแสดงฉลากโภชนาการด้วย อ่านต่อได้ที่ ฉลากโภชนาการ GDA คืออะไร
คำถามที่พบบ่อย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 474 มีผลบังคับใช้เมื่อไร
ตามข่าวของกองอาหาร อย. ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ประกาศฉบับที่ 474 มีผลใช้บังคับวันที่ 31 ตุลาคม 2569
ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเองทางออนไลน์ ต้องมีฉลากไหม
ต้องมี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหนึ่งในอาหาร 9 กลุ่มที่ประกาศฉบับที่ 474 กำหนดว่าต้องแสดงฉลากตามกฎหมาย แม้ผู้ผลิตจะขายตรงถึงผู้บริโภคและไม่ว่าขายผ่านช่องทางใด
สารก่อภูมิแพ้ที่เพิ่มใหม่มีอะไรบ้าง
เพิ่มงาและผลิตภัณฑ์จากงา และกำหนดถั่วที่มีเปลือกแข็ง 9 ชนิด ได้แก่ อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัท พีแคน พิสตาชิโอ วอลนัท บราซิลนัท แมคคาเดเมีย และไพน์นัท ส่วนซัลไฟต์และแลคโตสถูกย้ายไปเป็นคำเตือน
ใช้ QR Code แทนฉลากทั้งหมดได้ไหม
ไม่ได้ ฉลากดิจิทัลเป็นทางเลือก แต่ฉลากกายภาพยังต้องมีข้อมูล 7 รายการ คือ ชื่อ เลข อย. ปริมาณ ส่วนประกอบ ข้อมูลผู้แพ้อาหาร คำเตือน และวันหมดอายุ และอาหาร 5 ประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารสำหรับทารก ใช้ทางเลือกนี้ไม่ได้
ฉบับที่ 475 อาหารจัดรวมใช้แล้วหรือยัง
ยังไม่ใช้ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กองอาหารระบุว่าฉบับที่ 475 อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีลงนาม จึงยังเป็นร่าง
ให้ Livilution ช่วยตรวจฉลากตามประกาศฉบับที่ 474
Livilution Consult มีประสบการณ์ 6 ปี ในงาน อย. อาหาร เราช่วยตรวจฉลากเทียบกับประกาศฉบับที่ 450 และฉบับที่ 474 ไล่สารก่อภูมิแพ้จากสูตร ปรับคำเตือน และเตรียมเอกสารขอเลขสารบบอาหาร ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการรับจด อย. อาหาร สบ.5 และ สบ.7 และถ้ายังไม่มีสถานที่ผลิตหรือนำเข้าที่ได้รับอนุญาต ดู บริการขออนุญาตสถานที่ อย.
ส่งไฟล์ฉลากหรือสูตรส่วนประกอบมาให้เราช่วยเช็กเบื้องต้น ผ่าน แบบฟอร์มติดต่อ หรือ LINE @liviconsult หรือโทร 098-525-4415
แหล่งอ้างอิง
- กองอาหาร อย. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 474) พ.ศ. 2569 เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 2) (2 พ.ย. 2569): food.fda.moph.go.th
- กองอาหาร อย. ประชุมชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุขด้านอาหารฉบับใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (2 พ.ย. 2569): food.fda.moph.go.th
ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี
