การเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสายอาหาร เครื่องสำอาง หรือสินค้าเพื่อสุขภาพ สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้ให้ชัดตั้งแต่ต้นคือ สินค้าของคุณต้องขอเลข อย. หรือไม่ เพราะหากขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย มีโทษทั้งปรับและจำคุกได้ บทความนี้ Livilution จะพาดูว่า สินค้าแบบไหน ต้องขอเลข อย. และสินค้าแบบไหน ไม่ต้องขอ อย. พร้อมตัวอย่างเพื่อให้คุณเข้าใจและยื่นขอ อย. ได้อย่างถูกต้อง
📢 รวมไฮไลท์ ให้คุณเลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- เลข อย. คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
- สินค้าที่ต้องขอเลข อย. มีอะไรบ้าง
- สินค้าที่ไม่ต้องขอ อย. มีอะไรบ้าง
- ถ้าไม่ขอ อย. แล้วขายเลย จะเกิดอะไรขึ้น
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เลข อย. คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
เลข อย. คือ เลขที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพื่อยืนยันว่าสินค้าผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย คุณภาพ และมาตรฐานแล้ว โดยเลขนี้มักอยู่บนฉลากสินค้าในรูปแบบเลข 13 หลัก ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปตรวจสอบได้
ความสำคัญของเลข อย. ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์โดยตรง เพราะผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น หากสินค้าไม่มีเลข อย. อาจถูกมองว่าไม่มีมาตรฐาน และส่งผลต่อยอดขายในระยะยาว

สินค้าที่ต้องขอเลข อย. มีอะไรบ้าง
สินค้าที่ต้องขอเลข อย. คือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค หรือ ถูกใช้กับร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
สินค้าในกลุ่มอาหารถือเป็นกลุ่มที่ต้องขอ อย. มากที่สุด โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตหรือมีการบรรจุเพื่อจำหน่าย เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป อาหารเสริม และเครื่องดื่มทุกประเภทที่มีการผลิตเชิงพาณิชย์
ตัวอย่างสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เช่น อาหารเสริมวิตามิน เครื่องดื่มสมุนไพร น้ำผลไม้บรรจุขวด ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง รวมไปถึงอาหารคลีนหรืออาหารสุขภาพที่ทำขายในรูปแบบแบรนด์
กลุ่มเครื่องสำอาง
เครื่องสำอางทุกประเภทที่ผลิตเพื่อจำหน่ายต้องมี เลขที่จดแจ้ง ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้ใช้คำว่า เลข อย. โดยตรง แต่ก็ถือว่าเป็นการขออนุญาตจาก อย.
ตัวอย่างสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว เซรั่ม โลชั่น ครีมกันแดด สบู่ แชมพู เครื่องสำอางแต่งหน้า และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทุกชนิด
กลุ่มเครื่องมือแพทย์
สินค้าในกลุ่มนี้คืออุปกรณ์ที่ใช้กับร่างกายเพื่อวินิจฉัย บำบัด หรือป้องกันโรค ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนจำหน่าย เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล หน้ากากอนามัย ถุงมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ
กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างเข้มงวด โดยจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากกว่าสินค้าประเภทอื่น
กลุ่มวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้าน
แม้จะไม่ใช่อาหารหรือเครื่องสำอาง แต่สินค้าบางประเภทที่มีสารเคมี เช่น น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ สเปรย์กำจัดแมลง ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของ อย. เช่นกัน โดยต้องมีการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

สินค้าที่ไม่ต้องขอ อย. มีอะไรบ้าง
สินค้าที่ไม่ต้องขอ อย. คืออาหารที่ทำเองขายเองหน้าร้าน/ออนไลน์, วัตถุดิบธรรมชาติ (พืชสด/แห้ง, เนื้อสัตว์, ไข่), อาหารที่ขายในร้านอาหาร/โรงแรม, และผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปซับซ้อน หรือมีเครื่องจักรผลิตต่ำกว่า 5 แรงม้า/คนงานไม่เกิน 7 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
อาหารสดที่ไม่แปรรูป
อาหารสด เช่น ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด หรืออาหารที่ขายแบบปรุงสดโดยไม่มีการบรรจุแบรนด์ เช่น ร้านอาหารทั่วไป หรือร้านขายอาหารตามสั่ง ไม่จำเป็นต้องขอเลข อย. แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสุขาภิบาลอาหารแทน
สินค้าทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับภายในร่างกาย
สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของใช้ทั่วไป ของตกแต่งบ้าน เครื่องเขียน หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ ไม่อยู่ในขอบเขตของ อย.
สินค้าแฮนด์เมดบางประเภท
สินค้างานฝีมือ เช่น งานไม้ งานผ้า งานศิลปะ ที่ไม่มีการใช้กับร่างกายโดยตรง ไม่ต้องขอ อย. แต่ถ้าเป็นสินค้าแฮนด์เมดที่ใช้กับผิว เช่น สบู่ทำมือ ก็ยังต้องจดแจ้งเครื่องสำอาง
อาหารทำสดขายหน้าร้าน
ร้านอาหาร รถเข็น หรือร้านขายของกินที่ทำสดต่อหน้าลูกค้า ไม่จำเป็นต้องมีเลข อย. แต่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการจากหน่วยงานท้องถิ่น

ถ้าไม่ขอ อย. แล้วขายเลย จะเกิดอะไรขึ้น
การขายสินค้าที่เข้าข่ายต้องขอ อย.โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่า ผิดกฎหมาย อย่างชัดเจน และมีความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความรุนแรงของกรณี
นอกจากโทษตามกฎหมายแล้ว ผู้ประกอบการยังอาจถูกสั่งระงับการจำหน่าย ยึดหรือทำลายสินค้า รวมถึงถูกลบสินค้าหรือปิดร้านจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Marketplace ต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
ในระยะยาว ความเสียหายที่หนักกว่าคือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพราะเมื่อผู้บริโภครู้ว่าสินค้าไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที และหากมีกรณีที่ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้สินค้า ผู้ขายอาจต้องรับผิดทางแพ่งเพิ่มเติม เช่น การชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งอาจสูงกว่าค่าปรับหลายเท่า
สรุปให้เข้าใจง่าย สินค้าที่ ต้องขอ อย. คือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การบริโภค และการใช้กับร่างกาย เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และวัตถุอันตรายบางประเภท ส่วนสินค้าที่ ไม่ต้องขอ อย.คือสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างกาย เช่น เสื้อผ้า ของใช้ทั่วไป หรืออาหารสดที่ไม่ได้แปรรูป นั่นเอง
ฉะนั้น ก่อนจะเริ่มขายสินค้า โดยเฉพาะสายอาหาร เครื่องสำอาง หรือสุขภาพ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่คิดเรื่องการตลาด แต่ต้องเช็คเรื่องกฎหมายให้ชัดเจน เพราะการขอ อย. ถือเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องทั้งธุรกิจและลูกค้าของคุณในระยะยาวได้ หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายต้องขอหรือไม่ หรือจด อย. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง อยากให้มีทีมช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถให้ทีม Livilution รับบริการจด อย. สินค้า ช่วยดำเนินการให้ครบทุกขั้นตอน กรอกข้อมูลเพื่อให้ทีมติดต่อกลับ หรือ Add LINE: @liviconsult เพื่อรับคำแนะนำฟรีก่อนเริ่มธุรกิจจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ขายอาหารโฮมเมดออนไลน์ ต้องมีเลข อย. ไหม?
ขายอาหารโฮมเมดออนไลน์ ต้องมีเลข อย. หากมีการผลิตเพื่อขาย มีการแพ็กสินค้า มีแบรนด์ หรือจัดส่งให้ลูกค้า จะถือเป็นอาหารแปรรูป แม้จะทำในครัวบ้านก็ตาม
ตรวจสอบเลข อย. ว่าของจริงหรือปลอมได้อย่างไร?
ตรวจสอบเลข อย. ว่าของจริงหรือปลอม ได้จากการนำเลข 13 หลักไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) https://oryor.com/check-product-serial เพื่อเช็คว่าสินค้านั้นมีการขึ้นทะเบียนจริงหรือไม่
ถ้าสินค้าไม่ต้องขอ อย. ยังต้องมีใบอนุญาตอะไรอีกไหม?
ถ้าสินค้าไม่ต้องขอ อย. ยังต้องมีใบอนุญาตอะไรอีกไหม แม้ไม่ต้องขอ อย. แต่บางกรณีอาจต้องมีใบอนุญาตอื่น เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือใบรับรองสุขาภิบาล ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง




